สอนเขียนเนื้อหาบทความสไตล์หนังหลายมิติ

ตั้งหัวข้อไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเมื่อถึงบทความที่ 50

จะเขียนเนื้อหาบทความเล่าแนวทางการทำงานของผมให้เพื่อนฝูงๆอ่าน
รวมทั้งแบ่งปันแนวทางการเขียนนิดๆหน่อยๆเพื่อมีประโยชน์แก่นักเขียนคนใหม่
ออกสตาร์ทก่อนว่าแม้ว่าจะใช้ชื่อหัวข้อว่าสอนก็มิได้แสดงว่าคนเขียนจะตั้งตนเป็นนักเขียนเก่ง
เรียกว่าเป็นคนถูกใจเขียนจะดียิ่งกว่า

การสอนเขียนสไตล์หนังหลายมิติ “แนวทางปราบดาว” เมื่ออ่านเสร็จแล้วประพฤติตาม

ผมมั่นใจว่างานนิพนธ์ของคุณจะปรับปรุงขึ้น
ผมได้สะสมขั้นตอนมาจากผู้เขียนมือโปรท่านนึงที่เคยร่วมงานด้วยในฐานะผู้ช่วยสอน
รวมทั้งเป็นสิ่งที่ผมได้ใช้ในงานประพันธ์ของตนจริงๆ
ส่วนจะได้ดาวไหมได้นั้น ขอให้สำเร็จพลอยได้ดีมากว่าไม่มีผู้ใดประกันหัวข้อนี้ได้
อย่างแรกที่ต้องการจะบอกสำหรับคนต้องการเป็นนักประพันธ์เป็น คุณควรจะเป็นคนเขียน ไม่ใช่

นักต้องการเขียน
คนเขียนจะเขียนถึงแม้ไม่ต้องการที่จะอยากเขียน เขียนเพื่อฝึกหัดความสามารถอยู่ตลอด ส่วนนักต้อง

การเขียนเขาจะเพียงแค่ต้องการเขียนและก็หยุดเท่านั้น ไม่ลงมือเขียน
ผมมั่นใจว่ามนุษย์เราสามารถปรับปรุงความชำนาญของตนได้ เพียงแต่ทำเป็นประจำฝึกฝนบ่อยๆจนกระ

ทั่งชำนิชำนาญ
ถ้าแต่ว่าการเขียนไม่ใช่แค่จำเป็นต้องเขียนบ่อยครั้ง จะต้องอ่านบ่อยครั้งด้วย การอ่านจะก่อให้พวกเรามี

ข้อมูล มีคลังเก็บของประโยคสำหรับจับมาเรียบเรียงในงานนิพนธ์ได้

1. คิดแผน

ผมจะวางหัวข้อบทความล่วงหน้าคราวละ 5 บทความสำหรับเพื่อการคิดแผน ผมจะใช้เวลาว่างคิดหัวข้อไป

เรื่อยเมื่อได้ไอเดียอะไรที่น่าดึงดูดก็บันทึกใส่โทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้
จุดเด่นของการวางเป้าหมายเป็น เมื่อถึงเวลาเขียน ผมสามารถเปิดคอมพิวเตอร์แล้วลงมือเขียนได้ในทันที
ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลานึกว่าจะเขียนเรื่องอะไร ?
ถ้าเกิดไม่คิดแผนไว้ก่อนกว่าจะจำได้อาจหมดพลังไปพอควร
เหตุเพราะเพจผมเป็นเพจเล่าหนัง การคิดของผมก็เลยประมวลจากหนังที่ดูแล้วตรึงใจ ตั้งเป็นหัวข้อ

เขียนชื่อรวมทั้งหัวข้อที่อยากเขียนลงไป

จากรูปข้างบนเป็นแบบอย่างโน๊ตบันทึกของผม
(ขอปิดหัวข้อที่ยังมิได้เขียนไว้)
จะมีความเห็นว่ามีบางหัวข้อที่ผมเขียนลงเพจไปแล้ว ถึงแม้ชื่อหัวข้อจะไม่ตรงกับที่เขียนจริงแม้กระนั้น

รายละเอียดก็ตรงแบบนั้น
(ไอเดียตอนคิดเป็นชื่อนี้ พอเพียงเขียนจริงผมปรับใหม่ให้น่าดึงดูดขึ้น)
ที่ตรงนี้สามารถคิดแผนรวมทั้งคิดรายละเอียดให้ตรงกับหนทางของเพจที่เพื่อนฝูงๆทำอยู่ได้
ควรจะเป็นตอนที่พวกเราว่าง สบายๆไอเดียจะมาจำนวนมาก
ครั้งคราวคิดแผนไปแล้ว แม้กระนั้นตอนนั้นมีข่าวสารมาแรง
เป็นกระแส น่านำมาเขียนเนื้อหาของบทความ ผมก็ลัดคิวเขียนเลย มองเป็นกรณีไปครับผม

2. หาข้อมูล

การหาข้อมูลผมจะหาขณะที่เขียน
โดยsearch ข้อมูลที่ได้รับมาจากหลายแหล่ง ใช้คำค้นหาคำหลักแล้วก็คำรอง ด้วยกัน ขั้นตอนนี้สำคัญมาก

งานนิพนธ์ที่ดีควรจะมีข้อมูล มีรายละเอียด มีพล็อตเรื่อง มีสาระของเรื่อง
เวลาเขียนให้นึกว่าพวกเรากำลังจะบอกอะไรกับนักอ่าน ?
ในเรื่องที่บอกควรจะมีส่วนเสริมเรื่องอะไร ?
อย่างเช่น เขียนแนวคิดการตลาด ก็จะต้องมีกรณีศึกษา ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่กระทำตามแนวคิดที่พวกเราเขียน

ถึงแล้วบรรลุผลสำเร็จ , เขียนประเด็นการสร้างแรงผลักดัน ก็หาเรื่องเล่าที่กระตุ้นไฟผู้อ่านให้กำเนิดแรงดลใจ
การอธิบายเหล่านี้สามารถที่จะช่วยยกฐานะเส้นเรื่องที่พวกเราเขียนให้มีน้ำหนัก แจ่มกระจ่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การหาข้อมูลของผม ผมจะอ่านข้อมูลทั้งหมดทั้งปวงให้จบ แล้วลงมือเขียนโดยไม่กลับไปอ่านใหม่ระหว่างเขียนเลย
แนวทางแบบนี้ช่วยทำให้งานด้านการเขียนของผมไม่ติดสำนวนจากแหล่งข้อมูลต้นฉบับที่เอามาอ้างอิงเลย
กรณีของเพจผม บางทีผมจะต้องกลับไปดูหนังเรื่องที่จะเขียนซ้ำ เนื่องจากบางเรื่องมองมานานแล้วจำเนื้อหาอะไรบาง

อย่างมิได้ จุดเด่นของการดูซ้ำหมายถึงเมื่อมาเขียนเนื้อหาบทความชอบนำเสนอได้ดิบได้ดีรวมทั้งเข้าถึงอารมณ์

3. ลงมือเขียน

การเขียนบทความ ผมจะแบ่งบทความเป็น 3 ส่วนสำคัญๆ
ส่วนอันดับแรก : เกริ่นนำเรื่องที่จะเล่า บางทีอาจเริ่มต้นด้วยการเสวนากับนักอ่านแล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยโยงไปเข้าเนื้อหา

การให้ข้อมูลพื้นฐาน หรือจะเกริ่นจากเรื่องราว ข่าวที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่เขียนก็ได้
ส่วนลำดับที่สอง : รายละเอียด ส่วนนี้จะเป็นรายละเอียด รวมทั้งส่วนเพิ่มเติมเพื่อเกาะหลักสำคัญที่อยากส่งไปยังนักอ่าน
ส่วนลำดับที่สาม : ส่วนสรุป ปิดจบ จากการอ่านงานด้านการเขียนของผู้เขียนคนใหม่(บางบุคคล) ผมเสียดายแทนบางงาน

ที่เขียนก้าวหน้ามากมายๆแต่ว่าจะต้องมาตายตอนสุดท้ายเพราะเหตุว่าจบไม่ลง เลยตัดจบแบบสั้นๆในขณะที่ส่วนนี้มีความจำเป็นมากมาย
ตอนสุดท้ายที่ดีสามารถสร้างความซาบซึ้งให้ผู้อ่านได้
ถ้าหากเปรียบเทียบงานด้านการเขียนราวกับเรือบิน ตอนสุดท้ายก็ราวกับเรือบินที่กำลังลงหยุดที่ท่าอากาศยาน
พวกเราในฐานะกัปตันคุมเรื่องราวจำต้องบากบั่นนำบทความลงหยุดให้นุ่มนวลที่สุดเพื่อนักอ่านตรึงใจ

วิธีการเขียนเนื้อหาบทความให้น่าดึงดูด

– เรียกแขกด้วยชื่อบทความ
ในแวดวงหนัง หนังเรื่องไหนจะประสบผลสำเร็จวัดกันได้ตั้งแต่หน้าหนัง “หน้าหนัง”หมายถึง” การประชาสัมพันธ์ก่อนหนัง

เข้าฉาย แบบอย่างหนัง โปสเตอร์ ชื่อ ผู้แสดง
ข้างหน้าหนังในบทความเป็น” ชื่อบทความ” นั่นเอง
ชื่อจะต้องสื่อถึงเรื่องที่จะเขียน ไม่สมควรจะเขียนชัดแจ้งตรงๆ
ควรจะตั้งให้น่าดึงดูด มองเห็นแล้วต้องการเข้ามาอ่าน ต้องการทราบเรื่องราวต่อ ชื่อบทความที่ดีจำเป็นต้องกระตุ้นความพอใจผู้อ่าน
แบบอย่างชื่อที่น่าดึงดูด (ยกตัวอย่างจากบทความติดดาวของผม) ดังเช่นว่า
– บทเรียนหัวหน้า 4 ข้อ ของดอนวีโต้ คอลิโอเน่ จาก The godfather
– 21 Blackjack : เมื่อนักเลขเล่นไพ่
– Ironman : การพนันหมดหน้าตักของมาร์เวล
– การย้อนเวลาในรูปภาพยนตร์:แนวคิดรวมทั้งความน่าจะเป็น
– ต้องการบรรลุความสำเร็จต้องเลียนแบบคุณกัมป์
– ตำราห้าห่วง : แนวทางที่การไม่มีพ่ายแพ้
หากจะแบ่งจุดสำคัญของชื่อ รายละเอียด รวมทั้งภาพอธิบาย อัตราส่วนจะอยู่ที่ 50 : 40 : 10
ผมให้ความใส่ใจของชื่อ 50 เปอร์เซนต์ครับผม มากยิ่งกว่ารายละเอียดด้วย เหตุผลเนื่องจากแม้รายละเอียดของคุณจะดี

แต่ถ้าหากชื่อไม่น่าสนใจ คนจะไม่เข้ามาอ่าน
เมื่อคนไม่มาอ่าน เขาก็พลาดรายละเอียดดีๆนั้นไป
“ชื่อ” เปรียบประตูต้อนรับนักอ่าน มีความสนใจกับมันให้มากมาย
– จัดวางจังหวะ
ข้อนี้ Blockditช่วยพวกเราไปเยอะแยะแล้ว
บทความใน Blockdit อ่านง่ายด้วยเหตุว่าตัวแอปพลิเคชั่นออกแบบให้ใจความอยู่ในกล่องคำ สามารถแทรกรูประ

หว่างย่อหน้าได้ ด้วยเหตุนี้ควรจะใช้ข้อนี้ให้มีคุณประโยชน์
บางบุคคลเขียนมายาวพรืด ไม่วรรค ไม่เว้นบรรทัด ไม่เรียง เพียงแค่เปิดมาก็ตาลายไปหมดแล้ว
ควรจะจัดตัวเขียนให้สบายตา ไม่แน่นจนถึงเกินความจำเป็น เว้นย่อหน้า จัดช่องว่างดีๆ
อย่าให้งานนิพนธ์ของคุณมาตายน้ำตื้นเนื่องจากว่าเรื่องอย่างนี้

รายละเอียดไม่กลวง

เอาใจใส่ข้อมูลการเขียน จะต้องมีเส้นเรื่องที่เด่นชัดว่าพวกเราจะบอกเรื่องอะไรกับนักอ่าน

และก็หลังจากนั้นจึงค่อยตรอกย่อย

เป็นเนื้อหาว่าหัวข้อนั้นจะต้องมีส่วนเพิ่มเติมที่ไหน
บ่อยมากผมมองเห็นนักเขียนมานะประดิษฐ์คำให้คม เขียนคำให้โดน แม้กระนั้นโดยรวมแล้วยังไม่มั่นใจว่าเขียนเรื่องอะไร?
เหตุเพราะเอาคำคมนำรายละเอียด ไม่ร้อยเรียงเรื่องราวให้เชื่อมต่อแล้วก็อยู่ในหัวข้อเดียวกัน
(เส้นเรื่องไม่แข็งแรง)
การคิดรายละเอียดเพื่อเขียนจะหัวแข็งก็ยาก จะว่านอนสอนง่ายก็ง่าย สรุปว่าพวกเราใคร่รู้อะไร? ก็ไปพบข้อมูลแล้วเอามาเขียน

สิ่งที่พวกเราใคร่รู้ จะต้องมีผู้อื่นสงสัย พอใจ ใคร่รู้เหมือนกับพวกเรา
รายละเอียดที่ดีจำต้องให้คุณประโยชน์กับนักอ่าน ให้ความรู้ความเข้าใจ ให้ข้อมูล ให้แรงผลักดัน หรือให้มุมมองใหม่ๆ
สิ่งที่แตกต่างนี้สำคัญมาก
ถ้าพาคนกรุ๊ปหนึ่งไปเดินตลาดน้ำอัมพวาแล้วให้กลับมาเขียน เรื่องของนักเขียนเป็น จะมีเนื้อหา มีมุมมองไม่มีใครเหมือน

ส่วนนี้ฝึกหัดได้จากการอ่าน การคิดประดิษฐ์ รวมทั้งการหมั่นดูสิ่งต่างๆรอบกาย- ไม่มีบทความที่เพอร์เฟ็ค
เมื่อเขียนเนื้อหาบทความจบ อ่านทวนอีกครั้ง คำไหนอ่านแล้วเป็นส่วนเกินของประโยค สามารถตัดออกให้กระชับได้ก็ลบซะ

ที่ไหนไม่สม่ำเสมอ ไม่เชื่อมโยงกัน ก็เสริมเติมร้อยเรียงให้เหมาะอย่างยิ่งขึ้น
กว่าบทความในเพจหนังหลายมิติจะเขียนเสร็จผมแก้ไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 4-5 รอบ บทความที่เป็นไฟล์ร่างบริบูรณ์ตอนเขียน

ไม่เคยมีไฟล์ไหนอย่างกับบทความที่ลงจริงเลย
ผมมักปรับแก้น้อยก่อนกดโพสต์เสมอ
การอ่านซำ้ทำให้ผมพบคำรุ่มร่าม ไม่จบสิ้น ซึ่งสามารถตัดทิ้งไปได้ ครั้งคราวโพสต์ไปและไปปรับแต่งอีกตอนหลัง
การปรับแก้ปกติในงานประพันธ์ ไม่มีอะไรเพอร์เฟ็ค แก้ได้ก็แก้ แก้มิได้ก็จดจำไว้เป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงแก้ไขถัดไป